Featured

10 สถานที่เที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
หนึ่งของอาณาจักรจำปา
ด้วยสถาปัตยกรรมดั้งเดิม, วัฒนธรรมแบบดังเดิม และก็ผลิตภัณฑ์ถักทอ ทำให้เมืองฮอยอันกลายเป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมลำดับแรกๆเลยหละนะครับ ที่สำคัญเมืองที่นี้มีขนาดเล็ก ทำให้นักเดินทางสามารถเดินดูได้ทั่วเมืองโดยไม่ต้องอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก ทางเท้าเล็กๆลมพัดเย็น ของเมืองดั้งเดิมที่นี้ ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม ดังเดิม
1) อ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay) – ท่องเที่ยวเวียดนาม
ฮาทดลองเบย์เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมชั้น 1 เลยก็ว่าได้ ด้วยน้ำสีเขียวมรกต บวกกับหินขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเลเหมือนกับมังกร ทำให้ทิวทัศน์ทัศนียภาพตรงนี้สวยสดงดงามเหมือนกับอยู่ในโลกแฟนตาซีอย่างยิ่งจริงๆ . . . ที่ Halong Bay ที่นี้ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก 130 กิโลจากกรุงฮานอย เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยๆที่มีป่าดงปกคลุมกว่า 2,000 เกาะ ซึ่งเกาะกลุ่มนี้เต็มไปด้วย ถ้ำ แม่น้ำ ลำน้ำ บางเกาะนั้นถูกกัดกร่อนจากอีกทั้งน้ำแล้วก็ลมทะเลมาเป็นพันๆปี จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นเกาะทรงแปลกมองสวย
2) เมืองฮานอย (Hanoi)
ในศตวรรตก่อนหน้านี้ กรุงฮานอยเปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามที่มีความรุ่งโรจน์ขึ้นเป็นอย่างมาก ภายหลังการทำศึกเวียดนามจบลง . . . ในใจกึ่งกลางของเมืองมีสถานที่เที่ยวเยอะแยะทั้งยังพิพิธภัณฑสถานทางด้านวัฒนธรรมของทวีปเอเชียแบบ outdoor รวมทั้งสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสที่ยังอยู่ในภาวะบริบูรณ์แม้ว่าจะผ่านการศึกเวียดมาและตาม นักเดินทางยังจะได้ช้อปปิ้งดูผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ผู้คนคับคั่งตลอดระยะเวลา , นั่งจิบกาแฟในร้านค้าสไตล์โบราณ รวมทั้ง เยี่ยมชมสถานที่สำคัญอย่าง มหาโรงแสดงละครโอเปร่า, บ้านประธานาธิปดี แล้วก็มหาวิหารเซ็นท์ โจเซฟ
3) เมืองฮอยอัน (Hoi An)
เมืองฮอยอันตั้งอยู่ตรงกลางตอนใต้ของประเทศเวียดนามแล้วก็มีขอบเขตชิดกับสมุทรจีนใต้ ซึ่งฮอยอันนั้นเป็นเมื่องโบราณที่ยังมีความสวยสดงดงาม เช่นเดียวกันกับเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา ยุคที่ยังเป็นส่วน
4) เมืองเว้ (Hue)
ตั้งอยู่ที่ Bank ของแม่น้ำน้ำหอมในศูนย์กลางของประเทศเวียดนาม เมืองเว้นั่นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Nguyen มาก่อน . . . ในตอนนี้หากว่า เว้ จะไม่เป็นเมืองหลวงก็ตาม แต่ว่าสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างรวมทั้งร่องรอยด้านวัฒนธรรมยังคงสะท้อนถึงความโหฬารในสมัยก่อนของเมืองนี้
5) เมืองซาขว้าง (Sapa)
เมืองซาขว้างรายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูง, ที่นาข้าว, รวมทั้งความธรรมชาติ อยู่ทางทิศตะวันออกเชียงเหนือของประเทศเวียดนาม . . . ซาปานั้นเป็นเมืองที่สงบเงียบ บ่อยถูกใช้ให้เป็นฐานของกิจกรรมเดินป่าในเทือกเขา Hoang Lien Son , การดูนาข้าว รวมทั้ง เมืองโบราณด้านวัฒนธรรม
6) เมืองญาจาง (Nha Trang) – สถานที่เที่ยวเวียดนาม
เมืองญาจางตั้งอยู่ในจุดที่มีอ่าวที่งามที่สุดของทวีปเอเชีย เรียบริมทะเลของเวียดนามตอนใต้ ซึ่งญาจางนั้นได้รับความนิยมมากมายของนักเดินทางทำให้มี รีสอร์ทชายหาดขึ้นเรียงรายกันตามริมหาด เว้นแต่หาดจะสวยแล้ว ยังมีเกาะ, เทือกเขา รวมทั้งริมทะเลหลายแห่งที่สวยสดงดงามมากมายอีกด้วย จนถึงทำให้ตรงนี้แปลงเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญมากของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้ นอกเหนือจากนั้นตรงนี้ยังมีสวนสนุกแล้วก็สวนน้ำให้บริการนักท่องเที่
7) ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta)
ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง มีชีวิตชีวาของผลหมากรากไม้ ผลิตภัณฑ์สดและไม่สด และบรรยากาศของประเทศชาติแบบโบราณกาล ซึ่งลำดับที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโข่งที่นี้เป็นศูนย์กลางทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดของเวียดนามเลย เนื่องจากว่าการกสิกรรมตรงนี้ปลูกพืชได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งกว่าที่อื่นๆมากมาย
8) เมืองโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City)
เมืองโฮจิมินห์ตั้งอยู่เรียบไปกับแม่น้ำแม่โขงทางตอนใต้ของเวียดนาม เมืองที่นี้นั้นรู้จักกันอย่างดีเยี่ยมในชื่อ ไซ้ง่อน (Saigon) แล้วก็ถูกใช้เป็นเมืองหลวงของดินแดนทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในตอนการศึกเวียดนาม ซึ่งเมืองโฮจิมินห์ที่นี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามรวมทั้งยังรุ่งเรืองเป็นชั้น 1 ของประเทศพอกับเมืองหลวงฮานอยอย่างยิ่งจริงๆ
9) พระราชวังหมีเซิน (My Son)
วังที่นี้อยู่ทางตอนใต้ของเขตสมุทรของประเทศเวียดนามใกล้กับหมู่บ้าน Duy Phu ซึ่งสำคัญมากทางโบราณคดีวิทยา หมู่บ้านนี้รู้จักกันในชื่อ My Son (ไม่ใช่มายซัน ลูกชายนะ / อ่านว่าหมีเซิน) ซึ่งสถานที่ที่นี้เป็นสถานที่ที่สำคัญมากทางโบราณคดีวิทยาที่เด่นเป็นลำดับต้นๆของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้
10) เมืองด่าทอลัด (Dalat)
เมืองแก้วมีสภาพภูมิอากาศที่เย็นมีชีวิตชีวาเกือบตลอดทั้งปี แถมด้วยภาวะทำเลที่ตั้งที่สวย ต้นไม้ดอกไม้นานาสีสัน ซึ่งนั่นเองก็เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใด แก้วเคยถูกใช้โดยพระราชาธิราชที่เวียดนามและก็ชาวประเทศฝรั่งเศส
สำหรับใช้เป็นที่พักร้อนพักผ่อน
Advertisements
Featured

10 สิ่งที่จำเป็นต้องทราบแล้วก็ควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในประเทศพม่า

ทัวร์พม่า
1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์สำหรับการท่องเที่ยวท่องเที่ยวดู
การเที่ยวเมียนมาร์จำเป็นจะต้องใช้เวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สบายนักรวมทั้งทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนจะรีบเร่งเกินความจำเป็นแล้วก็ยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าหากคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้คิดแผนทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่สำหรับท่องเที่ยวหลัก 4 ที่ โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักที่แล้วก็บินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปแล้วก็รับประทานให้กระจัดกระจายในปิ้งกุ้ง
ปิ้งกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากสมัยอาณานิคมกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชิญให้คิดถึงอดีตกาลที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในตอนที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองคำงามเป็นเครื่องหมายของศาสนาพุทธอันก้าวหน้า ตรงนี้ชุมชนคนจีน เนปาล แล้วก็ประเทศอินเดียตั้งอยู่ใกล้เคียงชุมชนชาวประเทศพม่า ที่พักราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่พม่า
พูกาม ดินแดนลึกลับเหนือระยะเวลานี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวย ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเสมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (ราวๆ 600 บาทต่อวัน) แม้กระนั้นการขี่จักรยาน (ราวๆ 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ดีเยี่ยมที่สุดในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและก็ประพฤติตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพม่า ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
4. ศึกษาค้นพบความสงบเงียบและก็จารีตเริ่มแรกที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นชั้นสองของเมียนมาร์) เป็นดังกระจกส่องสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันสวยงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือรวมทั้งลำคลองที่ใช้คนขุด ตรงนี้ยังคงรักษาจารีตประเพณีโบราณ (และชาวตังเกที่พายเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียว) บรรยากาศสงบเงียบ และก็การค้าขายแบบเริ่มแรก ทั้งยังยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ แล้วก็สวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล ถ้าต้องการดูทะเลสาบแบบเงียบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนพวกเราขอเสนอแนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย แล้วก็หัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันสวยงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันมากมายให้ทำจนกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการดูทิวทัศน์เมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ ภายหลังที่ระหกระเหินทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ รวมทั้งหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มรสของกินใหม่ๆจากร้านหาบเร่สองข้างทางซึ่งมีเยอะแยะมากซะจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง และก็หัวเราะให้ลั่นกับลูกพี่ลูกน้องหนวดนักเล่นตลกการบ้านการเมืองที่จัดแจงแสดงตลกโปกฮาทุกวี่ทุกวันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน และก็นั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าหากการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังตื่นเต้นน้อยเกินไป ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกน้ำเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศพม่า รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองดูลงมาให้ได้ ด้วยเหตุว่าความสูงที่น่าหวาดเสียวจะก่อให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยี่ยมเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด ประเทศพม่า
ด้วยเหตุว่าเขตด้านเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักเดินทางเดินทางเข้าไปได้ ด้านใต้ก็เลยเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งกว่าเพราะเหตุว่าได้เปิดให้ท่องเที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งรวมทั้งทวายเป็นทางที่ไม่มีอะไรเทียบเคียงได้และก็ให้บรรยากาศเขตแดนสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าแปลก เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยงามไม่น่าเชื่อโดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือรวมทั้งทัวร์แบบพักแรมหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองหนทางเป็น ฤดูท่องเที่ยวในตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแต่ว่ามีนักท่องเที่ยวล้นหลามแล้วก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างกุมภาพันธ์/มี.ค. ถึง เดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นตอนๆที่นักเดินทางน้อยกว่าแม้กระนั้นอากาศก็ร้อนอย่างมาก ทดลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในประเทศพม่าคุณจำเป็นต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งเปลี่ยนเงินใกล้บ้าน หรือในจังหวัดกรุงเทพ ต่อจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดพอดีท่าอากาศยาน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในเมียนมาร์ เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทาง ได้แก่ ของกิน ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง รวมทั้งของฝาก ในประเทศพม่ามีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่
10. ขับร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในประเทศพม่า
รักจะท่องเที่ยวประเทศพม่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจที่จะสนุกสนานไปกับการเดินทางบนรถบัสอันนาน เนื่องจากว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วราชอาณาจักร รถบัสหลายคันจะออกช่วงเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในเวลาค่ำ หรือรุ่งสางพรุ่งนี้ บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการแล้วก็บางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถยนต์ออกไปจนกระทั่งจุดมุ่งหมายอย่างยิ่งจริงๆ
Featured

เกาะเจจู (Jeju Island) เกาะที่ความโรแมนติก

ทัวร์เกาหลี
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มรดกโลกแม้ยังจำไม่ได้ท่องเที่ยวไหนดีพวกเรามีสถานที่เที่ยวเกาะเชจูหรือเจจู(Jeju)เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แล้วก็เป็นเมืองตอนใต้ในเขตของประเทศเกาหลีใต้ เกาะที่นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและก็เมืองฮันนีมูนที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีอากาศกำลังสบายตลอดปีเป็นไม่เหน็บหนาวในช่วงฤดูหนาวได้แก่เมืองอื่นของประเทศเกาหลีใต้ และไม่ร้อนมากในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 15 องศา รวมทั้งในฤดูร้อนอยู่ที่ 22-26 องศา นอกจากนี้เกาะเชจูยังเป็นเขตมรดกโลก ด้วยความที่เป็นเกาะที่เกิดขึ้นมาจากการปะทุของปล่องภูเขาไฟ มีธรรมชาติงาม มีอัศจรรย์ถ้ำลาวา และก็สถานที่เที่ยวทั้งยังทางธรรมชาติรวมทั้งวัฒนธรรมอีกเยอะแยะหลายที่ และก็ที่สถานที่แรกที่ผมจะพาท่านไปพบเป็น
1. ศูนย์การแสดงสัตว์น้ำ (Hanwha Aqua Planet Jeju) เป็นพิพิธภัณฑสถานที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ทัวร์ประเทศเกาหลีจำต้องมาเยี่ยม เป็นศูนย์การเล่าเรียนทางทะเลเกี่ยวกับธรรมชาติแล้วก็สิ่งมีชีวิตใต้สมุทรที่แสดงไว้ให้ดูอย่างงดงาม มีการจัดแจงแสดงของสัตว์น้ำให้ดูอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ ยังมีอุโมงค์ใต้น้ำให้คุณได้เดินดูการใช้ชีวิตของสัตว์น้ำใน่ระดับน้ำลึกโดยประมาณ 80 เมตร เหมือนท่านไปอยู่ใต้น้ำเอง ยืนยันว่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่แท้
2. ทัวร์เรือดำน้ำซกวิโพ (Seogwipo Submarine) เป็นกิจกรรมหนึ่งของเกาะเชจู ที่พานักท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีมุดน้ำเพื่อตรวจสอบโลกใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลายประเภท หรือท่านที่ไม่สบายที่จะลงไปมุดน้ำ ก็สามารถทัวร์เรือดำน้ำซอกวิโพ ดูดซึมมารีน ที่พาท่านตรวจสอบโลกใต้น้ำอย่างสนุก ท่านจะได้มองเห็นความสวยสดงดงามของเกาะเชจูใต้น้ำ นอกเหนือจากที่จะมีปลานานาประการสายพันธุ์แล้ว ยังมีต้นปะการัง และก็ซากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำด้วย
3. หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ (Seongeup Folk Village) เป็นหมู่บ้านที่สร้างด้วยหินหลังคามุงด้วยฟาง ล้อมรั้วด้วยแนวกำแพงหินแบบโบราณ เป็นคุณสมบัติเฉพาะของเกาะเชจู ท่านจะได้ดูวิถีชีวิตของคนท้องถิ้นอย่างแท้จริง
4. พิพิธภัณฑสถานชาโอซุลลิค (O’Sulloc Green Tea Farm and Museum) เป็นสถานที่แสดงประวัติความเป็นมาของการปลูกชาเขียวประสิทธิภาพสูง ท่ามกลางทิวภาพอันสวยสดงดงามของไร่ชา มีการแสดงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้สำหรับการชงชา ถ้วยชา แล้วก็ยังมีชาให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีได้ทดลองลอง มีร้านขายของฝากที่ทำมาจากชา เป็นต้นว่า ชาผง ชาแต่งรสสำเร็จรูป และก็สมุนไพรต่างๆ
5. น้ำตกชอนจิยอน (Cheonjeyeon Falls) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นสายยาวจากผาในป่าลงสู่แอ่งน้ำระดับล่างอย่างงดงามทำให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์เพื่อสัมผัสกับสายน้ำที่ใสเย็นรวมทั้งงามที่นี้
6. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park) เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศประเทศเกาหลีใต้ มีความสูงถึง 1,950 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่เที่ยวที่สวยทางธรรมชาติที่ติดอันดับที่ 182 ของประเทศเกาหลี และก็ยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย
7. วังแก้ว (Glass Castle) เป็นวังที่สร้างด้วยแก้วหลายประเภท มีการตกแต่งและก็แสดงแก้วในแบบต่างๆอีกทั้งในร่มรวมทั้งที่โล่งแจ้ง แช่น สะพานแก้ว น้ำตกแก้ว เขาวงกต แล้วก็ปะตำหนิมากมายรรมจากแก้วอีกเพียบเลย
8. หินปู่ หรือ โทลฮารูบัง (Dol Harubang) เป็นเครื่องหมายของเกาะเชจู ที่มีความเชื่อกันว่าจะรอคุ้มครองป้องกันป้องกันให้ให้รอดอันตรายจากภูตผีปีศาจ
9. สวนเชจู เลิฟแลนด์ (Jeju Love Land) เป็นสวนสาธารณะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาโดยผ่านงานศิลปะที่ใช้ความสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม แบ่งเป็น 2 ส่วนเป็น ส่วนที่อยู่ที่โล่งแจ้งรวมทั้งส่วนที่อยู่ในร่ม มีการจัดแจงแสดงรูปปั้นปะตำหนิมากมายรรมแสดงการร่วมเพศของคนเราแล้วก็เรื่องราวความรักมากยิ่งกว่า 140 ชิ้น เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับคนแก่หวานใจในงานศิลปะ

5 ยอดเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนามที่คุณจะต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อพูดถึงเวียดนามใครๆก็ชอบรำลึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ว่ารู้ไหมมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆน่าสนใจอีกเพียบเลยในเวียดนามที่ในเวลานี้กำลังเป็นกระแสอย่างยิ่งๆที่คุณไปเวียดนามจำต้องไม่พลาด เรามาอัพเดทกันวันท่องเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำเป็นต้องสุดๆ5 สถานที่ที่ใดกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดเขา อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังโดยประมาณ 40 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวตากอากาศมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักแล้วก็โรงแรมของชาวฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังการศึกชาวประเทศฝรั่งเศสพ่ายกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่ยาวนานหลายปี จนกระทั่งถูกกลับมาซ่อมแซมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกทีในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างกระเช้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีในการนั่งกระเช้าจากด้านล่างขึ้นไปข้างบน รายจ่ายสำหรับในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ระยะแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกทำขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่โด่งดังจากออสเตรเลีย เครื่องมือแล้วก็เครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งปวง 94 เคบิน กระเช้ามีแบบเปิดโล่งเตียนโอเพ่นเครื่องปรับอากาศกับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ และยังรวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและก็น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของโลก แล้วก็วันนี้พวกเราจะขอแนะนำสถานที่เที่ยวที่มีทั้งความสวย และก็ความซาบซึ้ง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง คือ ถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) ฯลฯเกิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากภายในถ้ำ แล้วก็ได้รับการยินยอมรับจาก นักตรวจสอบถ้ำทั่วโลกว่า เป็นถ้ำอันดับที่หนึ่งของโลก เนื่องจากว่าเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการยกตัวอย่างเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำสูงที่สุด ยาวที่สุด รวมทั้งกว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยี่ยมมากมายแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสะดุดตาทางธรรมชาติรวมทั้งทางธรรีวิทยา ที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง (หรือประมาณ 400 ล้านปี) นั่นก็เลยนำมาซึ่งการทำให้สวนแห่งนี้มีพื้นที่แบบหินปูนที่เก่าแก่ที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) รวมทั้งอำเภอมิญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) รวมทั้งติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาทางด้านใตนราวๆ 500 กม. ข้างในเขตสวนมีกลุ่มหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร อุทยานนี้มีชื่อในความสวยของถ้ำที่มีอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย และยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.ท่องเที่ยวอ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay)
ฮาทดลองเบย์ หรือ อ่าวฮาทดลอง เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญอีกแห่งในประเทศเวียดนามที่เกียรติศักดิ์เลื่องลือไปทั่วโลก ซึ่งนักเดินทางทุกคนไม่ควรพลาดดู โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานยูเนสโกเนื่องจากว่ามีความงดงามของธรรมชาติมาก

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาลองตั้งอยู่ทางภาคเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ภายในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางตะวันออกโดยประมาณ 170 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮาลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร มีริมฝั่งยาว 120 กม. มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวสมุทร บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยสดงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาทดลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวมังกรผู้ดำตรง ตามตำนานประชาชนเวียดนามบอกกันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังทำสงครามกับจีน เทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งถัดมามังกรกลุ่มนี้ได้ดำดิ่งลงสู่ทะเลบริเวณอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีอัญมณีและหชูพุ่งกระเด็นออกมาเปลี่ยนเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้บุกรุก และบางตำนานพูดถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่บริเวณก้นอ่าว

4.ท่องเที่ยวเมืองซาปา นาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์สูงที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยพื้นที่อันสวยสดงดงามที่รุมล้อมไปด้วยเทือกเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีทำให้ตอนเช้าของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมงดงาม ในแต่ละปี ซาปา ก็เลยล่อใจนักเดินทางจากทั้งโลกให้แวะเวียนมาท่องเที่ยวได้เยอะมากๆ

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาปา คือเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่ยุคที่ประเทศฝรั่งเศสยังดูแลประเทศเวียดนาม โดยชาวยุโรปชอบใจตรงนี้เพราะอากาศดีแล้วก็เงียบสงบ ต่อมาซาปาก็เลยเป็นที่รู้จักรวมทั้งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นเรื่อยๆกระทั่งมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมหลายหมื่นคนต่อปี

5.ท่องเที่ยวหมุยแหน เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่ที่นี้รับประกันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเนื่องจากภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายท่านรู้จักกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และก็อยู่ติดกับหาดทราย จึงมีแดดแล้วก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่ คือ ภูเขาทรายขาวและก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าเป็นที่นิยมมากกว่าในสายตาของคนถ่ายรูป เนื่องจากว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่างซึ่งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ว่าตอนที่เหมาะสมที่สุดในการมาเที่ยวคือ ช่วงเวลาเช้าหรือไม่ก็ตอนเย็น เพราะว่ากลางวันถึงช่วงเวลาบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดแรงมาก
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีอีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วยค่ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เพราะว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนจำนวนไม่น้อยรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่แล้วก็อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเล ก็เลยมีแดดแล้วก็ลมที่แรงมากทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งเป็นภูเขาทรายขาวและก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าเป็นที่ชื่นชอบมากยิ่งกว่าในสายตาของช่างถ่ายภาพ เนื่องจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่าง ซึ่งเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ว่าช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการมาเที่ยว คือ ตอนเช้าหรือไม่ก็ตอนเย็นเพราะว่าตอนกลางวันถึงช่วงบ่ายนั้นอากาศและก็แดดจัดมากมาย
เป็นยังไงบ้างขา สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมทั้งประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณจะต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อกล่าวถึงเวียดนามใครๆก็ชอบคิดถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แม้กระนั้นทราบไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าดึงดูดอีกมากมายในเวียดนามที่ในช่วงเวลานี้กำลังเป็นกระแสอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามต้องไม่พลาด พวกเรามาอัพเดทกันวันท่องเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำเป็นต้องสุดๆ5 สถานที่ที่แห่งไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โฮเต็ล บนยอดดอย อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 40 กม. ใช้เวลาเดินทางราวๆ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยข้างบนเป็นบ้านพักรวมทั้งโฮเต็ลของชาวฝรั่งเศสสมัยเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 หลังการรบชาวฝรั่งเศสพ่ายแพ้กลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่ยาวนานหลายปี จวบจนกระทั่งถูกกลับมาบูรณะเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากอีกครั้งในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างกระเช้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับการนั่งกระเช้าจากด้านล่างขึ้นไปข้างบน ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ขั้นแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และก็ตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ดังนี้ บานาฮิลล์ ถูกผลิตขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่เป็นที่รู้จักจากประเทศออสเตรเลีย อุปกรณ์แล้วก็เครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งสิ้น 94 เคบิน กระเช้ามีอีกทั้งแบบเปิดโล่งเตียนโอเพ่นเครื่องปรับอากาศกับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.ท่องเที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความงดงามรวมทั้งน่ามาเยี่ยมมากมายแห่งหนึ่งของโลก แล้วก็วันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะสถานที่เที่ยวที่มีทั้งยังความงดงาม รวมทั้งความตรึงใจ

โดยสถานที่เที่ยวที่โด่งดังของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างเป็นถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) ฯลฯเกิดของแม่น้ำชอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากข้างในถ้ำ แล้วก็ได้รับการยอมรับจาก นักสำรวจถ้ำทั่วทั้งโลกว่า เป็นถ้ำลำดับต้นๆของโลก เนื่องด้วยเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำเยอะที่สุด ยาวที่สุด และกว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยี่ยมมากแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความเด่นทางธรรมชาติรวมทั้งทางธรรีวิทยา ที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง (หรือประมาณ 400 ล้านปี) นั่นจึงส่งผลให้อุทยานที่นี้มีทำเลที่ตั้งแบบหินปูนที่เก่าแก่ที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จะ (Bo Trach) รวมทั้งอำเภอไม่ญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) และติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาตอนใต้โดยประมาณ 500 กิโล ด้านในเขตสวนมีกลุ่มหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร สวนนี้มีชื่อในความสวยของถ้ำที่มีอยู่เยอะมากๆ แล้วก็ยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีสายธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay)
ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง คือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกที่ในประเทศเวียดนามที่ชื่อเสียงมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดชม โดยตรงนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโกด้วยเหตุว่ามีความงดงามของธรรมชาติเยอะมาก

ฮาทดลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาลองตั้งอยู่ทางทางเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ภายในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางทิศตะวันออกราวๆ 170 กิโลเมตร แล้วก็อยู่ใกล้กับเมืองจีน ฮาทดลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร มีริมฝั่งยาว 120 กม. มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาทดลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวมังกรผู้ดำตรง ตามตำนานชาวบ้านเวียดนามชี้แจงกันว่า ในอดีตกาลที่ชาวเวียดนามกำลังสู้รบกับจีน ทวยเทพเทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งถัดมามังกรพวกนี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดาและก็หชูพุ่งกระเด็นออกมากลายเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะป้องกันผู้บุกรุก และก็บางตำนานพูดถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆก้นอ่าว

4.ท่องเที่ยวเมืองซาปา ทุ่งนาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาขว้าง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์สูงที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอันสวยที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นแทบตลอดปีทำให้ยามเช้าของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมสวย ในแต่ละปี ซาปา ก็เลยยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวจากทั้งโลกให้แวะเวียนมาท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาขว้าง คือเมืองเล็กๆที่นักเดินทางต่างชาติเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่สมัยที่ฝรั่งเศสยังดูแลประเทศเวียดนาม โดยชาวยุโรปประทับใจตรงนี้เนื่องจากอากาศดีรวมทั้งสงบเงียบ ต่อมาซาปาก็เลยมีชื่อแล้วก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นจนถึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายหมื่นคนต่อปี

5.เที่ยวหมุยแหน เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเนื่องจากว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายคนคุ้นเคยกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับชายฝั่งทะเล จึงมีแดดและก็ลมที่แรงมากทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่ คือ ภูเขาทรายขาวแล้วก็ภูเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang แล้วก็มีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของช่างถ่ายภาพ เพราะว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสวยกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่างซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

รายละเอียดอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ว่าตอนที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อการมาท่องเที่ยวเป็น ตอนเช้าหรือไม่ก็ช่วงเวลาเย็น เพราะช่วงเวลากลางวันถึงเวลาบ่ายนั้นอากาศและก็แดดจัดมากมาย
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งยังสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วก็ประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่ที่นี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เพราะเทือกเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนจำนวนไม่น้อยรู้จักกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับหาดทราย จึงมีแดดแล้วก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งเป็นเทือกเขาทรายขาวแล้วก็ภูเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วย สำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าในสายตาของช่างถายภาพ เนื่องมาจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตเป็นการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่าง ซึ่งเครื่องมือสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

รายละเอียดเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ขณะที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการมาเที่ยวเป็นเวลาเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็นเพราะเหตุว่าช่วงกลางวันถึงช่วงบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดจัดมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างขา สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สัญจรท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเมียนมาร์ที่คุณต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

ถ้าหากกล่าวถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย โดยมากผู้คนจำนวนมากมักคิดถึงการไปไหว้พระเพียงแค่นั้น แต่ว่าความเป็นจริงพม่า ยังมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่มีค่าแก่การไปสัมผัสสักหนึ่งครั้ง วันนี้พวกเรารวบรวม 5 สถานที่เที่ยวประเทศพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่ใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพุกาม ทะเลเจดีย์แล้วก็วิถีชีวิตแบบประเทศพม่าๆ
นับว่าเป็นโชคดีของชาวพูกาม ที่พุทธเจริญถึงขีดสูงสุดด้วยเหมือนกันเวลานี้ ทำให้พระผู้เป็นเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ท่านสร้างเจดีย์ที่แรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” จากนั้นกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และก็ผู้มีอันจะกินทั้งหลายแหล่ในพุกามก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจเนื่องจากว่าความเชื่อที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่โตเพียงใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากมายเท่านั้น

อาณาจักรพม่าเคยรุ่งเรืองแค่ไหนพวกเราคงไม่ต้องอธิบาย เนื่องจากเกือบจะ 1,000 ปีให้หลังทุกๆอย่างได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำต้องมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่นั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียงแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่รู้เรื่องว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองขนาดไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
แม้โลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในประเทศพม่า อีกแห่งที่อยากเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำที่แรกของประเทศพม่า ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้พบกับสไลด์เดอร์สุดแจ๋วระดับโลก “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้คุณไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโล/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้ท่านรวมทั้งเพื่อนฝูงๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกสนานด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่คดเคี้ยว ยาวกว่า 60 เมตร! นอกเหนือจากนี้ยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งยังล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างครบถ้วน หนีร้อนไปสนุกกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันเลยดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้เก่าแก่ ที่มีอายุกว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินดูสะพานไม้ไปเรื่อยๆได้ และยิ่งขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณบริเวณสะพาน จะเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกเหนือจากการที่จะได้ดูความสวยงามของดวงอาทิตย์ขึ้นและก็ตกแล้ว ยังได้มองเห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดตรึงใจตรึงตากันอย่างยิ่งจริงๆ

ของร้านค้าขายน้ำดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ดูดวงอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลารวมทั้งกุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ลิ้มชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วคอยดูดวงอาทิตย์ตกได้อีกด้วย แนวทางสุดท้ายเป็นแนวทางที่เสียตังน้อยที่สุดหมายถึงสามารถยืนชมทิวทัศน์บนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างจ้า

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด รวมทั้งวิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ประชาชนใช้ชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? เป็นประชาชนเค้าก่อสร้างบ้านแล้วก็อาศัยกันในทะเลสาบเลยแกรเอ้ยยย ต่อนี้ไปเนี่ย แน่นอนการดำรงอยู่รวมทั้งการเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าจะต้องเกี่ยวกับทางน้ำ อย่างเช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การผลิตบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมถึงยานพาหนะจำเป็นต้องอย่างเรือ ที่แน่ๆมีจอดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลคือพรสวรรค์ของชาวอินค้างเนี่ยล่ะ การพายเรือด้วยเท้าด้านเดียวสำหรับเพื่อการเดินทางรวมถึงจับสัตว์ในน้ำที่ไม่เหมือนใครในโลก ดังมากมายเว้ย ดังจนกระทั่งตรงนี้เป็นอีกจุดหมายนึงที่นักท่องเที่ยวจำต้องมาดูเลยล่ะ ทราบแบบนี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต ที่ทะเลพม่า.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในสมุทรอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองแค่เพียงประมาณ 81.2 กิโลเมตรเพียงแค่นั้น เกาะแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีชายหาด มีช่องว่างอยู่กึ่งกลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าดูจากมุมสูงจะมีความเห็นว่าช่องตรงกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำสมุทรสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น ผนวกกับรอบๆรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวชอุ่ม ทำให้รูปร่างหัวใจนี้เห็นแจ่มแจ้ง จนได้รับการตั้งชื่อจากคนประเทศไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งคนประเทศอื่นจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

มองเห็นไหมล่ะว่า การไปเที่ยวพม่า ก็ไม่ได้มีแต่ว่าการไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวเท่านั้น ประเทศพม่ายังมีแหล่งธรรมชาติงามๆอีกมากมาย ถูกใจคนชอบท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ ถ้าเกิดมีโอกาสทดลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การท่องเที่ยวประเทศพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด อัพเดท 2018

เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ชาวไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียง 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าจะพูดถึงสถานที่เที่ยวในเกาหลีนั้นจริงๆแล้วมีมากมายหลายที่ ดังนั้นใครกันแน่กำลังแพลนลานท่องเที่ยวหรือกำลังตัดสินใจว่าจะท่องเที่ยวประเทศไหนดี ลองตามมาดู 15 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในประเทศเกาหลี แล้วต้องอยากท่องเที่ยวแน่นอน

1. พระราชสำนักเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชสำนักคยองบกกุง” เป็นสัญญลักษณ์และก็สถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล ราชสำนักที่มีขนาดใหญ่และก็โบราณที่สุดในกรุงโซล ผลิตขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชซอน เดิมทีนั้นด้านในพระราชวังมีอาคารและก็ตำหนักต่างๆมากยิ่งกว่า 200 หลัง แต่ว่าเมื่อมีการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น ตึกโดยมากก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียงแค่ 10 ข้างหลังเพียงแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนติค Namiseom Island
เกาะนามิเกิดขึ้นจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ราว 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อในหมู่คนเกาหลีมานานเพราะเหตุว่ามีธรรมชาติที่สวยยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมถึงนกกระจอกเทศด้วย และที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด เพียงแต่รักษาความชอบธรรมชาติเอาไว้ โดยช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะที่สุดจะเป็นตอนฤดูใบไม้ร่วง ด้วยเหตุว่าต้นไม้จำนวนมากที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นฟุตบาทใต้ต้นแปะก๊วยที่จะเปลี่ยนแปลงใบเป็นสีเหลืองสดสวยมาก แต่ว่าที่นี่คนจะเยอะตลอดทุกฤดู

3. รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station ยอดเยี่ยมในจุดดูซากุระที่สวยอันดับที่หนึ่งของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถเห็นรถไฟที่วิ่งมาหยุดที่สถานีพร้อมด้วยวิวอุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในตอนโดยประมาณต้นเดือนม.ย. สถานีรถไฟคยองฮวาที่นี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แม้กระนั้นจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในช่วงเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ของเมืองจินแฮ แต่ว่ารถไฟนั้นจะมิได้มาจอดที่สถานี เพียงแค่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นเยี่ยมในจุดที่มีชื่อเยอะที่สุดสำหรับในการชมดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มเป็นที่รู้จักกันหลังจากซีรีย์เรื่อง Romance กระจายเสียงเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้คลองที่นี้เป็นฉากสำหรับในการถ่ายทำ โด่งดังจนถึงมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามลำคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงๆที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่ลำคลองที่นี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความสวยสดงดงามของดอกซากุระ สามารถเดินเล่นได้อีกทั้งข้างบนสะพานและก็ด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคูน้ำ รวมทั้งยังมีดอกเรปซีดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการแต่งแต้มตกแต่งรอบๆลำคลองในตอนที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันแจ่มใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักน่าเอ็นดูๆรวมทั้งในตอนค่ำคืนก็จะเปิดไฟประดับประดาสวยสดงดงามมากมาย

5. บริเวณช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองป่าดง
ย่านช้อปปิ้งเมียงป่าดง หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางกรุงโซล เป็นเขตช้อปปิ้งที่ฮิตและคักคักที่สุดของกรุงโซล ยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังยังสามารถเดินทางได้สะดวก ถือว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็วัฒนธรรมอย่างยิ่งจริงๆ ภายในตลาดเมียงดงเต็มไปด้วยร้านรวง รวมทั้งห้องอาหารนับไม่ถ้วน ยอดเยี่ยมในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางและนักช้อป

ห้างสรรพสินค้า
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด เช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างเคยชินเซมึง(Shinsegae) ส่วนร้านรวงอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมถึงแผงลอยข้างถนนที่เสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย เครื่องแต่งหน้า สินค้าอื่นๆในราคาถูก รวมทั้งของหวานแสนอร่อย โดยเถ้าแก่ส่วนมากสามารถกล่าวภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และไทยได้

เป็นไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามชมการจัดสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเยอะแยะจริงๆประเทศนี้ท่องเที่ยวยังไงก็ไปไม่หมดง่ายๆหวังว่าเพื่อนๆอาจจะถูกใจ แล้วก็ติดตามบทความของเรา คนใดชอบใจได้โปรดกรุณาแชร์ให้เพื่อนฝูงๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

ร้านอาหารชี้แนะในพม่า

ประเทศพม่า หรือเมียนมา เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักแสวงบุญ เพราะเหตุว่ามีสถานที่เที่ยวอันศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งให้ได้ไปเคารพบูชาขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ตามรอยท่องเที่ยวเมียนมาร์ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่เว้นเสียแต่สถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เมืองนี้ยังมีของกินที่สมบูรณ์บริบูรณ์ อีกด้วยโดยยิ่งไปกว่านั้นในเมืองย่างกุ้ง วันนี้เราจึงจะพาคุณไปติดตามการเดินทางท่องเที่ยวในเมียนมาของ คุณสมาชิกเลข 1877965 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ครั้งนี้เธอได้รีวิวอาหารแบบจัดหนักจัดเต็มในเมืองย่างกุ้งมาให้เราได้ชมกัน ซึ่งมีทั้งอาหารแบบรถเข็นริมถนน ไปจนถึงอาหารเลิศหรูในห้างสรรพสินค้า เมียนมาจะมีอะไรน่าอร่อยบ้าง ตามคุณไปชมกันเลยจ้ะ
ย่างกุ้ง : ร้านอาหารการะเวก ทำขึ้นในปี 2513 โดยเลียนแบบเรือกัญญา หัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ป่าในหิมพานต์
เป็นห้องอาหารที่สร้างเป็นรูปเรือขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบในตัวเมืองปิ้งกุ้งด้านในมีการแสดงท้องนาฎศิลปเมียนมาร์ จากจุดนี้สามารถเห็นมหาเจดีย์ชเวดากองสะท้อนผิวน้ำด้วย ส่วนอาหารจัดเป็นแบบบุฟเฟต์นานาประเทศ แล้วก็ของกินพื้นเมืองของเมียนมาร์
ปิ้งกุ้ง : Royal garden restaurant ห้องอาหารอาหารจีน บรรยากาศในสวน เน้นย้ำในเรื่องของอาหารจีนและซีฟู้ด
อยู่ใกล้กับ Chatrium Hotel บรรยากาศสไตล์ โต๊ะจีน ข้างในตกแต่งสวยงาม 
ปิ้งกุ้ง : Western Park restaurant ร้านอาหารแห่งนี้โดดเด่นในเรื่องเป็ดปักกิ่งและก็กุ้งมังกร แนวของกินจะเป็นแบบอาหารจีน เป็ดปิ้งของตรงนี้เมื่อสั่งแล้วจะมาเสิร์ฟพร้อมทั้งแสดงให้มอง เดี๋ยวนี้เปิดทั้งหมด 2 สาขาแล้ว 
ย่างกุ้ง : Golden Duck restaurant ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ ของกินอร่อยร้านค้าแห่งนี้สามารถมองเห็นวิวชเวดากองอย่างเห็นได้ชัดด้วยเหตุว่าอยู่ไม่ไกลจากชเวดากองร้านอาหารที่นี้จะเต็มไปด้วยผู้คนมาทาน ส่วนใหญ่เป็นพวกคนมั่งมีชาวประเทศพม่า
ย่างกุ้ง : Oriental House restaurant ภัตาค้างรติ่มซำภัตตาคารของกินติ่มซำเปิดขายในช่วงเวลาเช้า เลยเที่ยงตรงไปของก็จะหมดแล้วอาหารเป็นพวกติ่มซำ บุคลากรจะชูอาหารออกมาวางไว้ข้างหน้าเรา สามารถเลือกทานได้ ถ้าหากเข่งไหนไม่ทานจะไม่คิดเงิน และขึ้นชื่อของตรงนี้เสนอแนะให้ทานคู่กับระเบียงมร้อนของร้านค้าทานคู่ติ่มซำหอมอร่อยมาก ร้านจะตั้งอยู่แถว พิพิธภัณฑ์เมียนมาร์
หงสาวดี : ห้องอาหารเจ้าสัว ห้องอาหารที่นี้ ตั้งอยู่ที่เมืองหงสาวดี ขึ้นชื่อในเรื่องของกุ้งแม่น้ำ ภายในร้านค้าตกแต่งแบบเตียนโปร่งสบาย
พม่า : Nandar restaurant ร้านนี้ตั้งอยู่ที่เมืองพม่า มีการแสดงโชว์หุ่นกระบอกให้ได้ชมของกินอร่อย ถูกปากชาวไทย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ข้อมูลที่ควรจะรู้ในประเทศพม่า

การตรวจลงตรา (VISA) 
คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาต้องขอรับการตรวจลงตราจากสถานทูตพม่าก่อนเดินทางไปเมียนมาร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ประเภท เป็น
– Tourist Visa พำนักอยู่ในพม่าได้ 4 อาทิตย์
– Business Visa อาศัยอยู่ในเมียนมาร์ได้10 อาทิตย์
– Entry Visa พำนักอยู่ในพม่าได้ 4 อาทิตย์
ผู้ที่ต้องการอยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 สัปดาห์ จะต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมาร์ ทั้งนี้ผู้ที่อยู่ในเมียนมาร์เกินกว่า 4 สัปดาห์ จะต้องยื่น Departure Form ต่อทางการพม่าก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศพม่า
ชีวิตความเป็นอยู่ ความเป็นอยู่ในพม่า มีความสะดวกเฉพาะอยู่ในกรุงย่างกุ้งรวมทั้งเมืองใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเท่า นั้น ในกรุงปิ้งกุ้งมีโฮเต็ลคุณภาพดีตามมาตรฐานหลายที่ สำหรับคนที่จะไปอยู่เพื่อดำเนินงานหรือประกอบธุรกิจมีที่พักให้เลือกทั้งยังบ้านเช่า หรือ Serviced apartment การอยู่อพาร์ทเมนท์มีจุดเด่นในแง่ผู้เช่าไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจปัญหากระแสไฟฟ้าแล้วก็น้ำ น้ำประปา แต่ว่าค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าค่อนข้างสูงส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคในกรุงย่างกุ้งหาซื้อได้ทั่วๆไปโดยมีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากไทยหลายชนิดและก็ในกรุงย่างกุ้งมีร้านอาหารไทยหลาย ร้านค้า ผู้ที่จะเข้าไปเขตวัดหรือพุทธเจดีย์ จะต้องถอดรองเท้าแล้วก็ถุงเท้า บางพื้นที่เรียกเก็บเงินค่าเข้าชมสถานที่ด้วย รัฐบาลได้กำหนดห้ามฝรั่งเดินทางไปยัง บางเมืองหรือบางพื้นที่ถ้าเกิดนักท่องเที่ยวอยากได้ไปเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวของประเทศพม่า ควรตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทนำเที่ยวก่อนในกรุงปิ้งกุ้งมีรถเมล์แล้วก็รถ แท็กซี่ แต่ว่าคนขับแท็กซี่ส่วนมากบอกภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ราคาขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองเนื่องมาจากรถแท็กซี่ไม่มีมิเตอร์ ในกรุงย่างกุ้งมีสถานพยาบาลที่ล้ำสมัยไม่ กี่ที่ แล้วก็เหมาะเพียงการปฐมพยาบาลแค่นั้น ผู้เดินทางไปพม่าควรจัดแจงยา อาทิเช่น ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้ท้องเดิน และยาประจำตัวไปด้วย และควรเลือกกินอาหารที่สะอาด
ข้อแนะนำ กรณีหนังสือเดินทางหาย ขอให้รีบแจ้งความต่อโรงพักท้องถิ่น แล้วนำหลักฐานการแจ้งความไปยื่นต่อสถานทูต เพื่อขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ถ้าหากหนังสือเดินทางหมดอายุก็สามารถขอต่ออายุหรือขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่สถานทูตได้เช่นกัน ผู้ที่อยู่ในเมียนมาร์ควรวิเคราะห์อายุหนังสือเดินทางอยู่เสมอ
ข้อควรกระทำ
1 ในที่ชุมชนควรแต่งตัวอ่อนน้อมถ่อมตน รัดกุม เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะการเข้าไปในวัดและก็ศาสนสถานต้องถอดถุงเท้า รองเท้า ถุงน่อง สุภาพสตรีไม่สมควรแต่งกายด้วยกระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น
2 ควรจะมีความสุภาพในวัดแล้วก็ศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังก่อกวนคนอื่น (ดังนี้ วัดบางแห่งอาจเรียกเก็บค่าเข้าชมด้วย)
3 ควรจะให้ความเคารพต่อคนวัยชรา และใช้กริยาถ้อยคำสุภาพเรียบร้อยเป็นระเบียบ
4 ต่อรองราคาสินค้ารวมทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสารรถแท๊กซี่ได้
5 ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรเตรียมยาประจำตัวมาด้วย
6 ควรระมัดระวังเลือกทานอาหารและน้ำกินจากร้านค้าที่สะอาดถูกสุขอนามัย โดยยิ่งไปกว่านั้นน้ำกิน ควรจะดื่มน้ำที่บรรจุในขวด
7 ควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐติดตัวมาให้พอเพียงเพราะโรงแรมร้านรวงในเมียนมาร์ จำนวนมากจะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveller’s Cheque สภาพของธนบัตรควรอยู่ในสภาพใหม่ ดี ไม่ยับไม่มีรอยขีดข่วนและก็ควรจะเป็นแบงค์แบบใหม่ ดังนี้แบงค์ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ที่หมายเลขเริ่มด้วย CB โรงแรมรวมทั้งร้านในประเทศพม่าบางทีอาจปฏิเสธที่จะไม่รับ
8 เนื่องจากพม่าใช้ระบบการจราจรขับรถชิดทางขวาของถนนซึ่งไม่เหมือนกับไทยจำเป็นต้อง ใช้ความระแวดระวังสำหรับเพื่อการเดินเท้าแล้วก็การข้ามถนนหนทางเพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุ
ข้อไม่สมควรกระทำ
1 ไม่สมควรกล่าวต่อว่า เปรียบประเทศพม่าในทางลบ เนื่องจากว่ามีชาวพม่าหลายชิ้นที่สามารถเข้าใจภาษาไทยได้
ประเทศพม่าได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นthe Union of Myanmar ตั้งแต่ปี 2531 ก็เลยไม่ควรใช้ ชื่อเดิม(Burma) กับชาวพม่า

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

เที่ยวพม่าสักการะ 3 ใน 5 สิ่งศักสิทธิ์ของพม่า

ยกย่องพระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระบรมสารีริกธาตุรายปีกำเนิดของปีม้า สักการะพระบรมธาตุมุเตา เยอะที่สุดของประเทศพม่า ไหว้พระธาตุอินทร์ห้อย พระบรมสารีริกธาตุประจำปีเกิดของปีจอ
1. พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
ถ้าเกิดจะเอ่ยถึงการไปเที่ยวประเทศพม่าแล้ว คงจะไม่มีใครไม่กล่าวถึง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ประจำเมืองประเทศพม่า ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่า อีกทั้งชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ต่างพากันเดินทางเพื่อมาสักกาะระ เป็นเจดีย์ที่มีอายุดั้งเดิมกว่า 2,000 ปี เป็นที่ประดิษฐานพระผมธาตุ 8 เส้น ของพระพุทธเจ้า และก็มีความโหฬารวิจิตรตระการตา โดยมากถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต ซึ่งมีเหตุมาจากแรงศรัทธาของชาวเมียนมาร์ ร่วมกันบริจาคเงินทรัพย์สิน ก่อเสริมเจดีย์ให้สูงใหญ่ยิ่งขึ้นเรื่อยมีทองคำแท้เผยเป็นแผ่นเรียงต่อกันห่อตัวเจดีย์ไว้ โดยมีน้ำหนักถึง 1,100 กิโลเลยทีเดียว ทำให้เจดีย์ที่นี้ มีสีทองบรอนซ์แพรวพราว ฉายแสงให้เห็นทั้งยังช่วงกลางวันเวลากลางคืน ยิ่งไปกว่านี้ ด้านบนยอดเจดีย์ยังถูกแต่งแต้มไปด้วยอัญมณีอันเลอค่า ส่องแสงระยิบระยับมองเห็นมาแต่ไกลผู้คนที่มาเที่ยวประเทศพม่า นอกจากจะมาชื่นชมความสวยงามของพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว จะต้องไปนั่งสวดมนต์ตั้งจิตอธิษฐานแล้วก็กราบขอพรต่อมหาเจดีย์ในลานประสบผลสำเร็จ หรือ ลานอธิษฐาน เพราะมั่นใจว่าจะประสบผลสำเร็จตามที่ปรารถนา ต่อด้วยการรดน้ำพระประจำวันกำเนิดที่ตั้งอยู่ทั้งยังแปดด้านรอบองค์เจดีย์แล้วก็มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ให้ได้กราบไหว้ขอพร
2. พระบรมสารีริกธาตุมุเตา หรือ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ
ได้ท่องเที่ยวพม่าชมความสวยของเจดีย์ชเวดากองตามแบบฉบับของชาวประเทศพม่ากันแล้ว มุ่งสู่กรุงหงสาวดีชมความสวยสดงดงามในต้นแบบมอญกันบ้างที่ พระบรมสารีริกธาตุมุเตา หรือพระมหาเจดีย์ชเวมอดอ เป็นเจดีย์โบราณอายุดั้งเดิมกว่า 2,000 ปีและก็ยังเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่าอีกด้วย ข้างในเจดีย์ใส่พระผมธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคมอญเรืองอำนาจ ทำให้แบบที่เห็น เป็นสถาปัตยกรรมของชาวมอญทุกๆอย่าง โดยมีฉัตรแบบเรียบองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายในเป็นอิฐกลวง โดยมีความจำเป็นทางประวัติศาสตร์คือ ใช้เป็นที่ทำพระราชพิธีเจาะพระหูของพระเจ้าตะโกนชะเวตี้เมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ๆต่อมาพระเจ้าบุเรงท่วมได้สร้างฉัตรมอบเพิ่มเติมหลายชั้น กล่าวกันว่าก่อนที่ท่านจะออกออกศึกเวลาใด จะทรงมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกคราว แล้วก็สมเด็จพระกษัตริย์มหาราชเมื่อครั้งยกพลมาตีหงสาวดีก็ได้เสด็จมานมัสการ ณ ที่แห่งนี้เหมือนกัน ก่อนหน้าที่ผ่านมาได้กำเนิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก แล้วก็ครั้งที่หนักที่สุด ทำให้ยอดพระมหาธาตุพังทลายลงมา ซึ่งก็ได้รับการบูรณะแล้วก็จัดแสดงซากของพระมหาธาตุองค์เดิมไว้ที่เดิมให้ผู้มาท่องเที่ยวพม่าได้สักการคู่กันกับองค์ตอนนี้ ซึ่งนี่เองที่นับว่าเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ โดยขั้นตอนการอธิษฐาน ให้เอามือและก็หน้าผากสัมผัสไปที่พระบรมธาตุองค์เดิมที่หัก และก็อธิษฐาน สิ่งที่ขอก็จะสัมฤทธิ์ผล
3. พระธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจคราวโย
พระบรมสารีริกธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจทีโย ในภาษามอญ แสดงว่าหินรูปหัวฤๅษี เป็นก้อนหินที่เลื่อมใส มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองคำขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร หนักกว่า 600 ตันตั้งอยู่บนหน้าผาชัน ถ้าเกิดมองดูด้วยสายตาแล้ว กว่าครึ่งของเนื้อหินนั้นยื่นออกมานอกผาแถมผายังลาดเอียงลงต่ำ ทำให้ดูอย่างกับว่าหินวางอยู่อย่างล่อแหลมราวกับจะร่วงลงมา กลับตั้งตระหง่านบนจุดที่สัมผัสกับพื้นดินเพียงแต่น้อยนิด ไม่หวั่นใจต่อแรงดึงดูดหรือลมฝนแต่ประการใด เช่นเดียวกันกับถูกพระอินทร์มาจับห้อยเอาไว้ ก็เลยได้เรียกกันว่า พระบรมสารีริกธาตุอินทร์แขวนนอกเหนือจากนี้ ยังมีเจดีย์สร้างไว้บนก้อนหิน ได้ถูกจำทดลองเป็นพระเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุรายปีหน้าจอ ที่คนเกิดปีนี้จะต้องไปเที่ยวประเทศพม่า เพื่อไปนมัสการสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต เช้าใจกันว่า หากผู้ใดกันได้มานมัสการพระบรมธาตุอินทร์ห้อยนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสำราญความรุ่งเรือง พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมราวกับประสงค์ทุกสิ่ง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า